สินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มมีจุดที่ต่างจากสินค้าทั่วไปอย่างชัดเจน คือภาพต้องกระตุ้นความอยากกินได้ทันทีที่เห็น ไม่ใช่แค่แสดงให้เห็นตัวสินค้าเฉยๆ อีกทั้งยังมีข้อจำกัดเรื่องความสดใหม่และระยะเวลาที่ต่างจากสินค้าทั่วไปด้วย บทความนี้จะพาไปดูว่าถ่ายภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มควรเตรียมตัวอย่างไร พร้อมเรทราคาจริงสำหรับสินค้าประเภทนี้
ถ่ายภาพสินค้าอาหารมีกี่รูปแบบ เลือกแบบไหนดี
เช่นเดียวกับสินค้าประเภทอื่น การถ่ายภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มแบ่งออกเป็นฉากขาวและ Still Life แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยตามระดับความซับซ้อนของการเตรียมสินค้า:
- ฉากขาว (Isolated) — เริ่มต้นที่ภาพละ 200 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการเตรียมสินค้า เหมาะกับหน้าสินค้าใน Marketplace
- Still Life แบบจัดองค์ประกอบรอบสินค้า (สินค้าอยู่ใน Packaging) — ภาพละ 300 บาท (5 ภาพขึ้นไปต่อคอนเซ็ปต์) เหมาะกับกรณีที่ต้องการถ่ายสินค้าพร้อมบรรจุภัณฑ์จริงประกอบฉาก
- Still Life แบบมีของประกอบฉาก ไม่มีขั้นตอนปรุงอาหาร — เริ่มต้นที่ภาพละ 350 บาท (5 ภาพขึ้นไปต่อคอนเซ็ปต์) เหมาะกับสินค้าที่พร้อมถ่ายได้เลยไม่ต้องปรุงเพิ่ม
- ถ่ายภาพเมนูอาหาร (แต่งหน้าอาหารและเครื่องดื่ม) — เริ่มต้นที่ภาพละ 500 บาท (5 ภาพขึ้นไปต่อคอนเซ็ปต์) เหมาะกับร้านอาหารหรือเมนูที่ต้องจัดแต่งหน้าตาให้สวยงามน่ากิน
ราคาข้างต้นยังไม่รวมค่าของสดที่ใช้ในการประกอบฉากหรือประกอบอาหาร เพราะแต่ละเมนูใช้วัตถุดิบต่างกัน แนะนำให้ทักแชทแจ้งรายละเอียดเมนูเพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ 👉 ดูเรทราคาแบบเต็ม
เตรียมตัวอย่างไรก่อนถ่ายภาพสินค้าอาหาร
1. เตรียมสินค้าให้สดที่สุดก่อนวันถ่าย
สินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มมีอายุการใช้งานสั้นกว่าสินค้าทั่วไป ควรวางแผนให้วันเตรียมสินค้าใกล้เคียงกับวันถ่ายมากที่สุด โดยเฉพาะของสดอย่างผัก ผลไม้ หรือเบเกอรี่ ที่รูปลักษณ์จะเปลี่ยนแปลงเร็วเมื่อเวลาผ่านไป
2. เตรียมสินค้าสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
แนะนำให้เตรียมสินค้าสำรองอย่างน้อย 1-2 ชิ้นต่อเมนู เผื่อกรณีที่สินค้าชิ้นแรกเสียหายระหว่างการจัดวางหรือถ่ายภาพ เพราะอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทเสียรูปทรงได้ง่ายเมื่อโดนสัมผัสหรือทิ้งไว้นานเกินไป
3. แจ้งทีมงานล่วงหน้าหากมีขั้นตอนพิเศษ
ถ้าสินค้าต้องมีขั้นตอนการจัดจาน การตกแต่งหน้าตา หรือการปรุงเฉพาะก่อนถ่าย ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้า เพื่อให้ประเมินเวลาและเตรียมอุปกรณ์ประกอบฉากที่เหมาะสมได้ล่วงหน้า ลดความเสี่ยงที่จะต้องรอกลางคันในวันถ่ายจริง
4. เตรียมบรรจุภัณฑ์ให้พร้อมหากต้องการถ่ายคู่กับ Packaging
หากต้องการถ่ายภาพสินค้าพร้อมบรรจุภัณฑ์จริง ควรเตรียมบรรจุภัณฑ์ที่สภาพสมบูรณ์ไม่มีรอยยับหรือตำหนิมาด้วย เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ดูไม่เรียบร้อยจะส่งผลต่อภาพรวมของภาพโดยตรง แม้ตัวสินค้าด้านในจะสวยแค่ไหนก็ตาม
5. ระวังเรื่องฟองและไอน้ำสำหรับเครื่องดื่ม
เครื่องดื่มบางประเภท เช่น เบียร์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มเย็น มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา เช่น ฟองยุบตัว หรือละอองไอน้ำที่เกาะรอบแก้วจางหายไป ควรแจ้งทีมงานถึงลักษณะพิเศษเหล่านี้ล่วงหน้า เพื่อวางแผนลำดับการถ่ายให้ทันช่วงเวลาที่สินค้าดูสมบูรณ์ที่สุด
6. คุยคอนเซ็ปต์ Still Life ให้ชัดเจนก่อนวันถ่าย
ถ้าต้องการถ่ายภาพแบบมีของประกอบฉากหรือจัดจานสวยงาม ควรคุยรายละเอียดคอนเซ็ปต์กับทีมงานล่วงหน้า เช่น โทนสี บรรยากาศ หรือของประกอบที่ต้องการ เพื่อให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์ได้ตรงตามที่ต้องการตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องเสียเวลาปรับแก้หน้างาน
สรุป
การถ่ายภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มให้ได้ผลดี เริ่มต้นจากการเตรียมตัวที่ดีก่อนวันถ่ายเป็นหลัก ทั้งเรื่องความสดของวัตถุดิบ การเตรียมสำรอง และการสื่อสารรายละเอียดกับทีมงานล่วงหน้า เพื่อให้ได้ภาพที่กระตุ้นความอยากกินและช่วยปิดการขายได้จริง
หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเลือกถ่ายฉากขาวหรือ Still Life อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ถ่ายภาพสินค้าฉากขาว vs Still Life ต่างกันยังไง
หากกำลังวางแผนถ่ายภาพสินค้าอาหารหรือเครื่องดื่ม ทักไลน์ @ice-studio เพื่อปรึกษาทีมงานและขอใบเสนอราคาได้เลยครับ 👉 https://lin.ee/sRbgDcW หรือดูเรทราคาแบบเต็มได้ที่ 👉 ice-studio.com/rate/




Recent comments